• บริการเงินด่วน

    จำนอง-ขายฝาก, ไถ่ถอน, บ้านที่ดิน, ที่ดินเปล่า, คอนโดฯ, ทาวเฮาส์ , ตึกแถว, อพาทเม้นส์,โรงงาน,รีสอร์ท,โรงแรม, ในจังหวัดเชียงใหม่

    ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ผ่านนายหน้า สัญญาอยู่ได้นานถึง 10 ปี
    ติดต่อ TEL: 084-616-4993
    email : thaiassetonline@hotmail.com


    วิธีการรับเงินด่วน

    1. แจ้งที่อยู่ของอสังหาริมทรัพย์ให้ถูกต้องและชัดเจน 
    2. เตรียมเอกสารให้ครบ โฉนดที่ดินตัวจริง, บัตรและสำเนาบัตร, ทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน
    3. เตรียมรับเงินสดที่สำนักงานที่ดิน ใช้เวลาในการทำนิติกรรม 2 ชั่วโมง

    พื้นที่ให้บริการ

    จังหวัดเชียงใหม่

  • ความหมายของการจำนอง

    จำนอง คือ การที่บุคคลคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้จำนอง” เอาอสังหาริมทรัพย์ของตน เช่น ที่ดินหรือทรัพย์ที่กฎหมายอนุญาต
    ให้จำนองได้ไปจดทะเบียนไว้กับบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้รับจำนอง” เพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ ทั้งนี้โดยผู้
    จำนองไม่ต้องส่งมอบที่ดินหรือทรัพย์สินดังกล่าวนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง (ป.พ.พ. มาตรา 702)

                ตัวอย่าง นายเอกได้กู้เงินจากนายโทเป็นจำนวน 2 แสนบาท โดยนายเอกได้นำที่ดินของตนจำนวน 1 แปลง
    ไปจดทะเบียนจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้เงินกู้จำนวน 2 แสนบาท ที่นายเอกได้กู้ไป
    จากนายโท โดยนายเอกไม่ต้องส่งมอบที่ดินของตนให้แก่นายโท นายเอกยังคงมีสิทธิครอบครองและใช้สอยที่ดินของ
    ตนได้ตามปกติ

    การจำนองเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้แก่ผู้รับจำนองนั้น แบ่งออกเป็น 6 กรณีคือ

                1. การจำนองทรัพย์ของตนเองเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ของตนเอง 
                ตัวอย่าง นายเอก ได้กู้เงินจากนายโท 2 แสนบาท โดยนายเอกนำที่ดินซึ่งเป็นของตนเองไปจดทะเบียน
    จำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้เงินกู้ของนายเอกเอง 
                2. การจำนองเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ของบุคคลอื่น 
                ตัวอย่าง นายเอกได้กู้เงินจากนายโท เป็นจำนวนเงิน 2 แสนบาท โดยนายตรีได้นำที่ดินของตนไปจดทะเบียน
    จำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ที่นายเอกได้กู้ไปจากนายโท

    ทรัพย์สินที่อาจใช้ในการจำนองได้

    อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างทุกชนิดอันติดอยู่กับที่ดินนั้น

    หลักเกณฑ์ในการจำนอง

                1. ผู้จำนองต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในทรัพย์ที่จะจำนอง 
                2. สัญญา จำนอง ต้องทำเป็นหนังสือและนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นสัญญาจำนองตก
    เป็นโมฆะไม่มีผลผูกพันแก่คู่สัญญาแต่อย่างใด ในการกู้ยืมเงินนั้นมีอยู่เสมอ ที่ผู้กู้ได้นำเอาโฉนดที่ดินของตนไปมอบ
    ให้แก่ผู้ให้กู้เก็บรักษาไว้เฉยๆ เพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ โดยไม่มีการทำเป็นหนังสือและไม่ได้นำไปจด
    ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่การจำนอง ผู้ให้กู้หาได้มีสิทธิใดๆ ในที่ดินตามโฉนดแต่อย่างใด
    คงได้แต่เพียงกระดาษโฉนดไว้ในครอบครองเท่านั้น ดังนั้น ถ้าผู้ให้กู้ประสงค์ที่จะให้เป็นการจำนองตามกฎหมายแล้ว 
    จะต้องทำเป็นหนังสือและนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
                3. ต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจรับจดทะเบียนจำนองตามกฎหมาย 
    กล่าวคือ
                ก. ที่ดินที่มีโฉนดต้องนำไปจดทะเบียนที่กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร (สาขา) หรือสำนัก
    งานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) ซึ่งที่ดินนั้นต้องอยู่ในเขตอำนาจ
                ข. ที่ดินที่ไม่มีโฉนด ได้แก่ที่ดิน น.ส. 3 ต้องไปจดทะเบียนที่อำเภอ ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ในเขตอำนาจ 
                ค. การจำนองเฉพาะบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างไม่รวมที่ดินต้องไปจดทะเบียนจำนองที่อำเภอ

    ขอบเขตของสิทธิจำนอง

    ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้เฉพาะทรัพย์ที่จดทะเบียนจำนองเท่านั้น จะไปบังคับถึงทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ได้จด
    ทะเบียนจำนองไม่ได้ 
                เช่น จำนองเฉพาะที่ดินย่อมไม่ครอบถึงโรงเรือนหรือบ้านที่ปลูกภายหลังวันจำนองเว้น แต่จะได้ตกลงกัน
    ไว้ก่อนหน้าว่าให้รวมถึงบ้านและโรงเรือนดังกล่าวด้วย
                - จำนองเฉพาะบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของคนอื่น ก็มีสิทธิเฉพาะบ้านเท่านั้น 
                - จำนองย่อมไม่ครอบคลุมถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินซึ่งจำนอง เช่น จำนองสวนผลไม้ดอกผลที่ได้จากสวนผล
    ไม้ยังคงเป็นกรรมสิทธิของผู้จำนองอยู่

    ทรัพย์สินซึ่งจำนองอยู่นี้ ย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้ดังต่อไปนี้คือ

                1. เงินต้น 
                2. ดอกเบี้ย 
                3. ค่าเสียหายในการไม่ชำระหนี้ เช่นค่าทนายความ 
                4. ค่าธรรมเนียมในการบังคับจำนอง

    การชำระหนี้จำนอง

    การ ชำระหนี้จำนองทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ดี การระงับหนี้จำนองไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ดีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อ
    ตกลงในการจำนองก็ดี กฎหมายบังคับให้ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มิฉะนั้น แล้วจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคล
    ภายนอกไม่ได้ 
                ตัวอย่าง นายเอกจำนองที่ดินของตนไว้กับนายโท ต่อมานายโทยอมปลดจำนองที่ดินดังกล่าวให้แก่นายเอก
    แต่ ทั้งสองฝ่ายมิได้ไปจดทะเบียนการปลดจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมานายโทโอน การจำนองให้นายจัตวาโดย
    จดทะเบียนถูกต้อง แล้วนายจัตวาได้บังคับจำนองที่ดินแปลงนี้ นายเอกจะยกข้อต่อสู้ว่านายโทปลดจำนองให้แก่ตนแล้ว
    ขึ้นต่อสู้กับนายจัตวาไม่ได้

  • ขายฝากคืออะไร

                     ๑. ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่
    ทรัพย์นั้นคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินที่ขายฝากถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์จะกำหนดเวลาขายฝากกันเท่าใดก็ได้
    แต่จะเกินสิบปีไม่ได้ ถ้าไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนก็ต้องไถ่คืนภายในสิบปี กำหนดเวลาไถ่นี้เป็นเรื่องของช่วงเวลา เช่น
    ขายฝาก มีกำหนด ๒ ปี ผู้ขายฝากจะไถ่คืนเมื่อใดก็ได้ ไม่ต้องรอจนครบ ๒ ปี แต่ถ้าผู้ขายฝากไม่ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สิน
    ภายในกำหนดเวลาย่อมหมดสิทธิไถ่ ทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป(เว้นแต่จะเป็นกรณีตกลงซื้อขายกันใหม่) และมีผลทำให้
    กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ดขาด

                     ๒. สัญญาขายฝากที่กำหนดเวลาไถ่ไว้ต่ำกว่าสิบปี ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ หากผู้ขายฝากเห็นว่า ไม่
    อาจใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลาได้ ควรทำความตกลงกับผู้ซื้อฝากเพื่อขอขยายกำหนดเวลาไถ่การขยายกำหนดเวลา
    ไถ่อย่างน้อยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ซื้อ ฝาก และควรนำข้อตกลงดังกล่าว มาจดทะเบียนต่อพนักงาน
    เจ้าหน้าที่ โดยผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากต้องมาดำเนินการจดทะเบียนด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่ขอจดทะเบียนเมื่อพ้น
    กำหนดเวลาไถ่ไปแล้วจะต้องมีหนังสือหรือหลักฐาน เป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ซื้อฝากที่ได้ทำขึ้นก่อนสิ้นสุดกำหนด
    เวลาไถ่มา แสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย

                       ๓. การจดทะเบียนไถ่ถอนจากขายฝากเป็นคนละส่วนกับการใช้สิทธิไถ่ เพราะการจดทะเบียนไถ่ถอน
    จากขายฝากจะกระทำเมื่อใดก็ได้ แต่การใช้สิทธิไถ่ต้องกระทำภายในกำหนดเวลาไถ่ตามสัญญาขายฝาก โดยนำสินไถ่
    ส่งมอบแก่ผู้ซื้อฝากภายในกำหนดเวลาไถ่ ถ้าไม่สามารถตามตัวผู้ซื้อฝากได้ หรือ ผู้ซื้อฝากหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้มีการ
    ไถ่ ให้นำสินไถ่ไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ การวางทรัพย์
    ในส่วนกลางให้วาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ในส่วนภูมิภาค ณ สำนักงานบังคับคดี
    และวางทรัพย์ภูมิภาค หรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด สำหรับจังหวัดที่ไม่มีสำนักงานบังคับคดีตั้งอยู่ ให้ติดต่อจ่าศาล
    ของศาลจังหวัดนั้น ๆ เพื่อจัดส่งแก่สำนักงานบังคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคต่อไป อย่างไรก็ดีเมื่อใช้สิทธิไถ่แล้ว ควรรีบมา
    ขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเร็ว หากทิ้งไว้อาจเกิดความเสียหายได้
                    เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้ว กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ขายฝากทันที ผู้ขายฝากจึงชอบที่จะนำหลักฐาน
    เป็นหนังสือจากผู้ซื้อฝากแสดงว่าได้มีการไถ่ ถอนจากขายฝากต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ในกรณีวาง
    ทรัพย์แล้วไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมา ให้นำหลักฐานการวางทรัพย์มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อหมายเหตุ
    กลัดติด ไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดิน และลงบัญชีอายัดให้ทราบถึงการวางทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อ
    ป้องกันมิให้ผู้ซื้อฝากซึ่งมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ทำการจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป

                    ๔. การคำนวณระยะเวลาว่า สัญญาขายฝากจะครบกำหนดเมื่อใด ให้นับวันรุ่งขึ้นเป็นวันแรก กล่าวคือ ถ้า
    ทำสัญญาขายฝากมีกำหนด ๑ ปี เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๐ ก็ต้องครบกำหนด ๑ ปี ในวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๑

                    ๕. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนขายฝากแตกต่างจากจำนอง กล่าวคือ ในการจดทะเบียนขายฝาก จะต้อง
    ชำระค่าธรรมเนียมเป็นค่าจดทะเบียนขายฝากในอัตราร้อยละ ๒ ของราคา ประเมินทุนทรัพย์ ตามที่คณะกรรมการ
    กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด นอกจากนี้ยังต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ ตามประมวล
    รัษฎากร อีกด้วย ส่วนการจดทะเบียนจำนองผู้ขอจดทะเบียนจะเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๑ ตามจำนวนทุนทรัพย
    ์ที่จำนอง อย่างสูงไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือในอัตราร้อยละ ๐.๕ อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในกรณีจำนอง
    สำหรับการให้สินเชื่อเพื่อการเกษตรของสถาบันการเงินที่รัฐมนตรี กำหนด การจำนองไม่ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่
    จ่าย ตามประมวลรัษฎากร ส่วนอากรแสตมป์ พนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บต่อเมื่อสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน ด้วย

  • ค่าใช้จ่ายที่เกิด ณ สำนักงานที่ดิน กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน ) ->
    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ( หัก ณ ที่จ่าย ) ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร -> 
    ค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรม ( ค่าโอน ) 2 % จากราคาประเมิน หรือราคาขาย แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า
    ค่าจดจำนอง ( กรณีจำนองกับสถาบันการเงิน ) 1% ของมูลค่าที่จำนอง
    ค่าอากรแสตมป์ (ชำระอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง อากรแสตมป์ หรือธุรกิจเฉพาะ) 200 บาท ติดอากรแสตมป์ 1 บาท(0.50%) ตามราคา
    ซื้อขายแต่ ไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน
    ภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ไม่ต้องชำระหากถือครองเกิน 5 ปี ) 3.3% ของราคาซื้อขายที่ไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน
     

     

    ค่าใช้จ่ายที่เกิด ณ สำนักงานที่ดิน กรณีเป็นนิติบุคคล
    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ( หัก ณ ที่จ่าย ) 1% ของราคาซื้อขาย ( ไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน )
    ค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรม ( ค่าโอน ) 2 % จากราคาประเมิน หรือราคาขาย แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า
    ค่าจดจำนอง ( กรณีจำนองกับสถาบันการเงิน ) 1% ของมูลค่าที่จำนอง
    ค่าอากรแสตมป์ (ชำระอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง อากรแสตมป์ หรือธุรกิจเฉพาะ) 200 บาท ติดอากรแสตมป์ 1 บาท(0.50%) ตามราคา
    ซื้อขายแต่ ไม่ต่ำกว่าราคาประเมิน
    ภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ไม่ต้องชำระหากถือครองเกิน 5 ปี ) 3.3% ของราคาซื้อขายที่ไม่ต่ำกว่าราคา
  • หลักการขอจดทะเบียนสำหรับบุคคลธรรมดา

    1. โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองทำประโยชน์

    2. บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ

    3. ทะเบียนบ้าน

    4. หลักฐาน การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล

    5. ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า

    6. มรณะบัตรคู่สมรส

    7. หนังสือยินยอมให้ทำนิติกรรมของคู่สมรส

    8. ถ้ามีการแปลงสัญชาติให้นำหลักฐานการแปลงสัญชาติมาด้วย

 เข้าสู่ระบบ Thaipropplus.com
Username :
Password :
 
   ลืมรหัสผ่าน !


ประเภทประกาศ

ขาย (37)
เช่า (7)
ขายดาวน์ (0)
เซ้ง (2)
ต้องการเช่า (0)
รับซื้อ - จำนอง (0)
ประเภทอสังหาฯ

บ้านเดี่ยว (5)
ทาวน์เฮ้าส์/ทาวน์โฮม (2)
คอนโด (9)
ตึกแถว/อาคารพาณิชย์ (3)
อพาร์ทเม้นท์/หอพัก (0)
ที่ดิน (24)
อื่น ๆ (3)
อสังหาฯจังหวัดต่าง ๆ

เชียงใหม่ (24)
กำแพงเพชร  
ตาก  
นครสวรรค์  
น่าน  
พิจิตร  
พิษณุโลก  
พะเยา  
เชียงราย (1)
เพชรบูรณ์  
แพร่  
แม่ฮ่องสอน  
ลำปาง  
ลำพูน (1)
สุโขทัย  
อุตรดิตถ์  
อุทัยธานี  
กรุงเทพมหานคร (9)
กาญจนบุรี  
จันทบุรี  
ฉะเชิงเทรา  
ชลบุรี (4)
ชัยนาท  
ตราด  
นครนายก  
นครปฐม  
นนทบุรี (3)
ปทุมธานี  
ปราจีนบุรี  
ประจวบคีรีขันธ์  
พระนครศรีอยุธยา  
เพชรบุรี  
ลพบุรี  
ราชบุรี  
ระยอง (1)
สมุทรปราการ (1)
สมุทรสงคราม  
สมุทรสาคร (2)
สระบุรี  
สระแก้ว  
สิงห์บุรี  
สุพรรณบุรี  
อ่างทอง  
กาฬสินธุ์  
ขอนแก่น  
ชัยภูมิ  
นครพนม  
นครราชสีมา  
บุรีรัมย์  
เลย  
ยโสธร  
ร้อยเอ็ด  
มหาสารคาม  
มุกดาหาร  
สกลนคร  
หนองคาย  
หนองบัวลำภู  
ศรีสะเกษ  
สุรินทร์  
อุดรธานี  
อำนาจเจริญ  
อุบลราชธานี  
กระบี่  
ชุมพร  
ตรัง  
นครศรีธรรมราช  
นราธิวาส  
ปัตตานี  
พังงา  
พัทลุง  
ภูเก็ต  
ระนอง